สุดมันส์แต่ไร้สกอร์ เชลซีเปิดบ้านเจ๊าแมนยูแบบไม่มีสกอร์ เกมที่เต็มไปด้วยคุณภาพ

          สุดมันส์แต่ไร้สกอร์ เกมพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนที่ผ่านมาเป็นคู่บิ๊กแมตช์ระหว่าง เชลซี สิงโตน้ำเงินครามแห่งกรุงลอนดอน ที่ยังสะกดคำว่าพ่ายแพ้ไม่เป็นนับตั้งแต่ได้กุนซือใหม่เข้ามาคุมทีมที่ต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดทีมอันดับ 2 ของตารางที่มีสถิติไม่แพ้นอกบ้านมาแล้วถึง 19 เกมในลีก

         เกมเริ่มดูจะเป็นฝั่งเจ้าบ้านที่ครองบอลพร้อมพยายามทำเกมรุกเข้าใส่ผู้มาเยือนอยู่ฝ่ายเดียว นาทีที่ 8 โอกาสลุ้นครั้งแรกของ เชลซี ก็มาจากจังหวะที่ ฮัดสัน โอดอย กระชากผ่าน ลุค ชอว์ ก่อนจะเปิดบอลเข้าตรงกลาง โอลิวิเยร์ ชิรูด์ พยายามจะแหย่เท้าเปลี่ยนทิศทางบอลแต่ไม่ถึงทำให้บอลพุ่งไปโดนลินเดอเลิฟ หลุดออกหลังไป

         นาทีที่ 14 เป็นโอกาสลุ้นครั้งแรกของผู้มาเยือนจากจังหวะได้เล่นลูกฟรีคิกและเป็นมาร์คัส แรชฟอร์ด ได้วิ่งไปกดด้วยขวาบอลพุ่งส่าย ๆ แต่ยังไปตรงตัว เมนดี้ ทุบทิ้งออกมาได้เป็นเกมโต้กลับของเชลซีทางฝั่งขวาก่อนจะฮัดสัน โอดอย จะให้บอลเข้าตรงกลาง และเป็น ฮาคิม ซิเยค ได้กดด้วยซ้ายนอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเรียดกับพื้นเข้าซอง เดเกอา รับเอาไว้ได้

         นาทีที่ 21 เป็นเชลซีที่ได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่ ฮัดสัน โอดอย เล่นกับ อัสปิริกูเอต้า ก่อนจะได้ฮัดสัน โอดอย ที่ได้ฮาล์ฟ วอลเล่ย์ด้วยเท้าขวาบอลพุ่งเกือบจะเสียบโคนเสาไกล แต่หลุดออกไปอย่างน่าเสียดาย โอกาสของเจ้าบ้านยังมาเรื่อย ๆ ครั้ง ชิรูด์ ได้ยิงไกล จากจังหวะออกบอลผิดพลาดของ ดาวิด เดเกอา แต่ ชิรูด์ ก็ยังยิงออกไปไกลอย่างน่าผิดหวัง หลังจากนั้น โอกาสของ ชิรูด์มาอีกครั้งในนาทีที่ 36 จากจังหวะวางบอลยาวข้ามฟากไปถึง ฮัดสัน โอดอย ได้เปิดเข้าตรงกลาง ชิรูด์ พยายามพุ่งโหม่ง แต่ก็ยังไม่ถึงอีกครั้ง จนเจ้าตัวพุ่งไปชนเข้ากับเสาประตูอย่างแรงและจบครึ่งเวลาแรกด้วยสกอร์ที่เสมอกัน 0-0

         ครึ่งหลังเกมเริ่มขึ้นยังเป็นเชลซีที่โถมบุกเข้าใส่ผู้มาเยือนและนาทีที่ 48 ก็มาได้จังหวะที่น่าจะเป็นประตูมากที่สุดในเกมนี้ของเจ้าบ้านจากจังหวะพาบอลลุยขึ้นมาทางฝั่งซ้ายก่อนจะถึงเส้นหลังแล้วเปิดหักกลับเข้าตรงกลางให้ ฮาคิม ซิเยค ได้ยืนยิงด้วยเท้าซ้ายเน้น ๆ บริเวณ จุดโทษ บอลพุ่งตรงกรอบแต่ยังติดปลายมือของเดเกอาที่โชว์ซุปเปอร์เซฟป้องกันไว้ได้

         นาที 52 โอกาสแรกของ ปีศาจแดงในครึ่งเวลาหลังมาได้ลุุ้นจากจังหวะขึ้นเกมทางฝั่งซ้ายของ แรชฟอร์ด ก่อนจะยกบอลให้ แดนเนียล เจมส์ ได้ดึงจังหวะหลอก ก่อนจะซัดด้วยขวา บอลแฉลบออกหลังไป นาที 60 โอกาสของผู้มาเยือนอีกครั้งจากจังหวะที่ เจมส์ ไปตัดบอลจากโควาซิส มาได้ก่อนจะเป็น บรูโน่ ที่ให้ต่อไปที่ กรีนวู้ด ฝากบอลไปที่ เจมส์ ก่อนจะวิ่งมารับแต่งเข้าซ้ายได้ซัดเต็มข้อ บอลโค้งไม่พอหลุดกรอบออกไปอย่างเสียดาย 

         นาที 61 ปีศาจแดงน่าจะได้ประตูสุด ๆ จากจังหวะขึงเกมอยู่น่ากรอบเขตโทษก่อนจะเป็น ลุค ชอว์ ที่หลุดไปถึงเส้นหลังเปิดบอลเข้ามาตรงกลางไม่มีผู้เล่นแมนยู เข้าถึงบอล บอลเลยมาถึง วานบิซซาก้า จับหนึ่งจังหวะก่อนจะไหลบอลย้อนกลับมาให้ แม็คโทมิเนย์ ได้วิ่งมาแปบอลเน้น ๆ บอลทะลุผ่านผู้เล่นในกรอบเขตโทษหลายคน แต่มุมที่ทะลุไปเป็นมุมที่ เมนดี้ ยืนอยู่ตรงนั้นพอดี ทำให้เมนดี้ ปัดทิ้งออกไปได้ 

         นาที 63 เชลซีได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะลุยเข้ากรอบเขตโทษของ เมสัน เมาท์ ก่อนจะล็อกหลบหนึ่งจังหวะพยายามจะยิงด้วยซ้ายแต่ แม็คโทมิเนย์ที่โดนล็อกหลบไปแล้วยังกลับมาแก้ตัวด้วยการบล็อกลูกยิงเอาไว้ทัน จังหวะต่อมาเป็นฝั่งผู้มาเยือนได้ลุ้นจากจังหวะยิงไกลของ เฟรด ทั้งพยายามปั่นโค้งด้วยขวา บอลโค้งไม่พอหลุดกรอบออกไปแบบได้ลุ้น หลังจากนั้นทั้งสองทีมพยายามสร้างโอกาสแต่ยังไม่ได้ดีพอที่จะเป็นประตูทำให้จบเกมการแข่งขัน 90 นาทีด้วยสกอร์ที่เสอมกัน 0-0 

         ยังมีประเด็นหลังเกมที่ยังเป็นที่พูดถึงอยู่หลายอย่าง จังหวะแฮนด์บอล ในกรอบเขตโทษของ ฮัดสัน โอดอย ที่ภาพในหลาย ๆ สือที่นำเสนอค่อนข้างจะชัดเจนว่า ตำแหน่ง มือของฮัดสัน โอดอย ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติ แต่ผู้ตัดสิน สจ๊วร์ต แอตเวลล์ ไม่ได้มองว่าเป็นจุดโทษแต่อย่างใด ทำให้ ยังเป็นที่วิเคราะห์ วิจารณ์กันในเช้าวันนี้

 

โปรแกรมการแข่งขันนัดต่อไปของทั้งสองทีม   

                    เชลซีจะเล่นเกมบิ๊กแมตช์ต่อเนื่องด้วยการต้องบุกไปเยือนลิเวอร์พูล ในคืนวันพฤหัสบดี ที่ 4 มีนาคม 2564 เวลา 03.15 น.

                    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะออกไปเยือน คริสตัล พาเลซ ในคืนวันพุธที่ 3 มีนาคม 2564 เวลา 03.15 น.

 

ติดตามข่าวสารฟุตบอลเพิ่มเติมได้ที่ : ข่าวฟุตบอลออนไลน์