ตำนานเหยินใหญ่แห่งบราซิล

     ตำนานเหยินใหญ่แห่งบราซิล จะมีนักเตะในโลกนี้ซักกี่คนที่เล่นได้อย่างเขาคนนี้, เขามีทั้งความเร็ว, ความแข็งแกร่ง, สมดุลร่างกายที่สมบูรณ์แบบเล่นได้ทั้งบนพื้นและกลางอากาศ จนถูกเรียกว่า “Phenomenon” (ปรากฎการณ์) แห่งวงการฟุตบอลในช่วงยุค 90 เขคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น หลายๆ คนรู้จักกับเขาดีในชื่อของ “โรนัลโด” ตำนานดาวซัลโวหมายเลข 9 แห่งทีมชาติบราซิลและอีกหลายๆ สโมสรด้วยกัน

ปรากฎการณ์แห่งวงการฟุตบอลช่วงยุค 90 

โรนัลโด มีชื่อเต็มๆ ว่า “โรนัลโด หลุยส์ นาซาริโอ เดอ ลิมา” เข้าถูกฟ้าเบื้องบนสั่งมาให้เป็นกองหน้าโดยธรรมชาติ ด้วยส่วนสูง 183 เซนติเมตร พร้อมกับเล่นบอลได้ดีทั้งเท้าซ้ายและเท้าขวา เริ่มต้นด้วยการเป็นนักเตะเยาวชนของ เซา คริสวัล และเริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพครั้งแรกกับทีมครูไซโร่ พร้อมกับกดไปทั้งหมด 34 ประตูจากการลงเล่น 34 นัด ทำให้เขาได้รับการจับตามองจากบรรดาทีมใหญ่ในยุโรป รวมถึงยังติดทีมชาติบราซิลไปแข่งขันฟุตบอลโลกปี 1994 ด้วยวัยเพียง 17 ปีเท่านั้น หลังจากนั้นกลายเป็น พีเอสวี ไฮนด์โอเฟ่น ที่ได้ตัวเขาไปครอง ก่อนที่จะย้ายไปบาร์เซโลนา (1 ฤดูกาล) และย้ายมาอินเตอร์ มิลาน ในปี 1997

R9 ถูกบรรดาสื่อต่างชาติรวมถึงเพื่อนร่วมอาชีพหลายคนยกย่องให้ตัวเขานั้นเป็น “ปรากฎการณ์” แห่งวงการฟุตบอล ไม่ว่าจะเป็นสไตล์การเล่น, ลีลการเข้าทำประตู และการวางตัวทั้งในสนามรวมถึงนอกสนามตัว R9 แทบจะไม่มีข่าวฉาวโฉ่เลยในวงการ แต่อย่างไรก็ตามการย้ายมาเล่นให้กับ “งูใหญ่” ทำให้ R9 ต้องประสบเจอกับปัญหาอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าและนั่นคือการบาดเจ็บที่รุนแรงเป็นอย่างมาก R9 ต้องร้างสนามไปเกือบปี ก่อนจะกลับมาลงเล่นได้อีกครั้งในช่วงก่อนที่ฟุตบอลโลกปี 2002 จะเริ่มต้นขึ้น และเขาก็เป็นกำลังสำคัญร่วมกับ โรนัลดินโญ่และริวัลโด พาทัพ “เซเลเซา” คว้าแชมป์โลกได้สำเร็จ รวมถึงเจ้าตัวสามารถคว้ารางวัล บัลลงก์ ดอร์ ได้เป็นสมัยที่ 2 หลังจากที่เคยได้แล้วครึ่งหนึ่งเมื่อปี 1997 

ย้ายร่วมทัพกาแลคติกอสก่อนจะถึงช่วงร่วงโรย

ในช่วงเวลานั้น เรอัล มาดริด มีแผนที่สร้างทีมไร้เทียมทานขึ้นมาหรือที่รู้จักกันดีในนาม “กาแลคติกอส” นั่นคือการรวมนักเตะฝีเท้ามาไว้ด้วยกัน โรนัลโด ก็คือหนึ่งในนั้น เขาถูกซื้อมาด้วยจำนวนเงินมหาศาลถึง 46 ล้านยูโร ตลอดระยะเวลา 5 ปี ใน “ซาน ติอาโก เบร์นาเบว” โรนัลโด คว้าแชมป์ลีกกับ “ราชันชุดขาว” ได้ 2 สมัย พร้อมกับสถิติการลงเล่น 177 นัด ยิงไป 104 ประตู

จากนั้น R9 ได้ย้ายมาร่วมทีม เอซี มิลาน ตอนนั้นเจ้าตัวมีปัญหาอย่างมากในเรื่องของน้ำหนักซึ่งมีผลมาจากโรคต่อมทอมซิลทำงานผิดปกติ ทำให้น้ำหนักของเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่มันกลับไม่เป็นอุปสรรคใดๆ กับการเล่นฟุตบอลของเขา R9 ยังคงมีสไตล์การเล่นที่สวยงามแม้ว่าความเร็วจะหดหายลงไปเต็มที่

หลังจากมาค้าแข้งอยู่ในยุโรปถึง 14 ปีเต็ม R9 ตัดสินใจย้ายกลับมาบ้านเกิดเพื่อลงเล่นให้กับ โครินเธียนส์ และนั่นเป็นสโมสรสุดท้ายของเขาในอาชีพค้าแข้ง ก่อนประกาศแขวนสตั๊ดในปี 2011 ทิ้งไว้เพียงสถิติ รวมถึงแชมป์ต่างๆ มากมายด้วยกัน ขณะที่ผลงานของเขากับทีมชาติบราซิลนั้นก็ไม่ได้ขี้เหร่แต่อย่างใด R9 ได้แชมป์โลกไปทั้งหมด 2 สมัย ในปี 1994 และ 2002 พร้อมกับคว้ารองแชมป์ในปี 1998 ปัจจุบัน R9 ยังคงวนเวียนอยู่กับวงการฟุตบอล โดยเจ้าตัวผันตัวเองไปเป็นประธานสโมสรให้กับ เรอัล บายาโดลิด ทีมดังในลา ลีกา สเปน พร้อมกับเป็นเจ้าของสโมสร ครูไซโร่ ในประเทศบ้านเกิดอีกด้วย ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัยคงไม่มีนักเตะคนไหนที่จะได้รับสมญานามว่า “ปรากฎการณ์” เหมือนกับ โรนัลโด อีกแล้ว 

ติดตามข่าวสารฟุตบอลเพิ่มเติมได้ที่ : ข่าวฟุตบอลวันนี้

FACEBOOK FANPAGE : SoccerSociety